Saturday, 4 February 2023

หนังสือยั้งยืนมอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน ໃບຢັ້ງຢືນມອບກຳມະສິດທີ່ດິນ

การมีที่ดินในการครอบครอง ควรที่จะรู้ถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง ที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองนั้นตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 เป็นเอกสารสิทธิที่แสดงการครอบครองและใช้ประโยชน์ในการทำกินเท่านั้นที่ดินจำพวกนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าที่ดินมือเปล่า พูดง่าย ๆ ก็คือกรรมสิทธิ์ยังเป็นของรัฐอยู่นั่นเอง ได้แก่ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ เช่น หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3, นส.3ก), สค.1 (หนังสือแสดงสิทธิครอบครอง) หรือส.ป.ก.4-01 เป็นต้น

ส่วนผู้ครอบครองจะขอกรรมสิทธิ์ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด ที่ดินเหล่านี้ผู้เป็นเจ้าของจะต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ คือจะต้องออกไปดูที่ดินของตนอย่างน้อยปีละครั้ง หรือหาคนอื่นเข้าไปดูแลแทนโดยการจัดทำสัญญาให้ชัดเจนและถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง เพราะที่ดินเหล่านี้มีเพียงสิทธิครอบครอง หากมีคนอื่นเข้าไปทำกินในที่ดินโดยสงบเปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ หรือเรียกว่าแย่งการครอบครอง ถ้าพิสูจน์ได้ว่าทำกินมาเกินหนึ่งปีที่ดินเหล่านั้นก็อาจตกเป็นของคนอื่นไปโดยผลของกฎหมายได้ ตามความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375

ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์นั้นคือที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน เจ้าของจึงจะมีกรรมสิทธิ์สิทธิต่าง ๆ ก็คล้าย ๆ กับเอกสารสิทธิข้างต้น เพียงแต่ว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นจะมีความมั่นคงกว่าสิทธิครอบครองตรงที่ว่า คนอื่นจะมาแย่งที่ของเราไปก็ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าถึง 10 ปีตามความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ที่ดินที่มีโฉนดนั้นอาจเสียกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ได้ตามหลักกฎหมาย เพราะกฎหมายต้องการให้ถือเอาการครอบครอง และการทำประโยชน์ในที่ดินมากกว่าจะถือเอาเอกสารสิทธิ

แนวทางป้องกันคือ ถ้ามีผู้บุกรุกเข้ามาควรต้องแจ้งความจับดำเนินคดีอาญา (ภายใน 1 ปี กรณีเป็นที่ดินที่มีสิทธิครอบครอง และ 10 ปี กรณีเป็นที่ดินที่มีโฉนด) ตามความแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362

“มาตรา 362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
และหากการเข้ามาในที่ดินนั้นทำให้ทรัพย์เสียหายด้วย ก็แจ้งความเพิ่มในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ตามมาตรา 358 อีกข้อหาหนึ่ง

“มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหายทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

ที่ดินถือว่าเป็นทรัพย์ที่นับวันมีแต่มูลค่าจะสูงขึ้น อย่าปล่อยให้คนอื่นมาแย้งการครอบครอง หรือครอบครองปรปักษ์ เพื่อให้ได้ไปซึ่งสิทธิตามกฎหมายโดยง่ายนะครับ

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

error: ห้าม Copy !!